ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สุขํ ยาว ชรา สีลํ (ตรี)

สุขํ ยาว ชรา สีลํ.

ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา.

           บัดนี้จักได้พรรณนาเนื้อความแห่งพุทธศาสนสุภาษิตที่ได้ลิขิตไว้เบื้องต้นนี้ พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและปฏิบัติ สืบต่อไป

           ผู้มีศีล คือผู้ที่มีจิตใจเต็มไปด้วยกุศลธรรม เป็นผู้มีปกติกาย วาจา ใจ ที่เป็นปกติ ไม่เบียดเบียนผู้อื่นให้ได้รับความเดือดร้อน เป็นธรรมดาในโลกนี้ ถ้าเราไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น เราก็จะไม่ถูกเบียดเบียนด้วยเช่นกัน ตัวเรารักตัวกลัวตายฉันใด สัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ก็รักตัวกลัวตายฉันนั้น เช่นกัน การดำรงชีวิตก็จะมีแต่ความสุข หากสังคมใดมีแต่คนที่ไม่มีศีล มีการทำร้ายกัน เบียดเบียนกันอยู่เป็นประจำ สังคมนั้นย่อมไม่มีความสุข เพราะต้องคอยระมัดระวังภัยอันตรายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้มีปัญญาพึงรักษาศีล เพราะว่าศีลนำมาซึ่งความสุข สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาใน ขุทฺทกนิกาย อิติวุตฺตก ว่า

สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี.

นักปราชญ์พึงรักษาศีล

           นักปราชญ์ คือผู้ที่มีปัญญาในทางที่ชอบ เขาย่อมรู้ดีว่าการเป็นผู้ไม่มีศีลย่อมนำความเดือดร้อนมาให้แก่ตนเองและผู้อื่น ส่วนผู้มีศีลย่อมนำความสุขมาให้แก่ตนและผู้อื่น ดังนั้น นักปราชญ์หรือผู้ที่มีปัญญารู้ดีชั่ว ย่อมเป็นผู้มีศีล

           สรุปความว่า การเป็นผู้ที่มีศีล คือการรักษากาย วาจา ใจ ให้เป็นปกติ ไม่เบียดเบียนคนหรือสัตว์อื่นให้ได้รับความเดือดร้อนย่อมนำความสุขมาให้ตราบเท่าชีวิต ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ได้ลิขิตไว้เบื้องต้นนั้นว่า

สุขํ ยาว ชรา สีลํ.

ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา

           ดังที่ได้พรรณนามา ด้วยประการฉะนี้.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยถา วาริวหา ปูรา (ธรรมโท)

  ยถา วาริวหา ปูรา     ปริปูเรนติ สาครํ                                              เอวเมว อิโต ทินฺนํ      เปตานํ อุปกปฺปติ.                         ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสาครให้เต็มได้ ฉันใด ทานที่ให้แต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ละไปแล้ว ฉันนั้น             บัดนี้จักได้พรรณนาเนื้อความแห่งพุทธภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ เป็นนิกเขปบทเบื้องต้นนั้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและปฏิบัติต่อไป             คำว่าทาน คือการให้ หรือการสละแบ่งปันสิ่งของของตนเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ถือเป็นการละกิเลสอย่างหยาบคือความตระหนี่ ที...

โอวเทยฺยานุสาเสยฺย (ธรรมเอก)

    โอวเทยฺยานุสาเสยฺย     อสพฺภา จ นิวารเย สตํ หิ โส ปิโย โหติ     อสตํ โหติ อปฺปิโย.              บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี              ในสังคมของคนเรานั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี คนดีส่วนใหญ่มักถูกเบียดเบียนจากคนไม่ดี เช่นการถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือการถูกรังแก การถูกทำร้าย เป็นต้นบุคคลใดที่มีกัลยาณมิตร คือมิตรที่ดี ซึ่งในที่นี้หมายถึงทั้งเพื่อน พี่น้อง ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ เป็นต้นซึ่งเป็นผู้ที่มีความปรารถนาดีต่อเรา เรียกว่าเป็นกัลยาณมิตรทั้งนั้น แม้ตัวเราเองก็ตามก็ต้องทำตัวเป็นกัลยาณมิตรของคนอื่นเช่นเดียวกัน คือต้องคอยเตือนกัลยาณมิตรของเราให้มีสติ มีศีล มีปัญญา ระมัดระวังอันตรายที่จะเกิดมีขึ้นจากคนไม่ดี ที่จะมาหลอกลวง หรือทำร้าย เมื่อต่างคนต่างคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างนี้ ชีวิตของคนเราย่อมได้รับความสุข